วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556




  การเล่น Guitar เบื้องต้น


                 
                    พบกับทฤษฎีดนตรีกันนะครับเพื่อที่จะให้เพื่อนๆจะได้ความรู้กันบ้าง ผมจะ ชำนาญ guitar มากกว่าเครื่องดนตรีอื่น ๆ ที่ผมเล่น จึงจะขออธิบายเกี่ยวกับ guitar น่ะครับ เริ่มแรกสำหรับนักดนตรีทั้งหลาย ก่อนอื่นใดที่เราจะเริ่มเล่น ดนตรีกัน เราก็ต้องรักเสียงเพลงเสียงดนตรีกันก่อน จริงมั๊ยครับ ดังคำกล่าวของท่าน 'อันชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก'

                   เมื่อเรารักเสียงดนตรีแล้ว เราก็อาจอยากจะเล่นเครื่องดนตรีเป็นบ้าง เพื่อจะได้เข้าถึงดนตรีได้ยิ่งขึ้น ก็จะมีคำถามอยู่ในใจว่าจะเลือกเครื่องดนตรีอะไร ถ้าเลือกเล่น guitar ล่ะก็อ่านต่อไปได้เลยครับ
เมื่อเราเลือกเล่น guitar ปัญหาอันดับแรกคือ (สำหรับคนที่เล่น guitar ไม่เป็นนะครับ) เมื่อเราจับ guitar ขึ้นมา แล้วเราควรจะทำยังไงจะเริ่มตรงไหน จากประสบการณ์ของตัวผมเองน่ะครับ ผมก็คิดว่าคงจะเริ่มตีคอร์ดให้ได้ก่อน ซึ่งตรงส่วนนี้ถ้าไม่มีผู้แนะนำเลยก็อาจจะลำบากหน่อยน่ะครับ ในส่วนนี้ ผมก็จะพยายามแนะนำเท่าที่ทำได้น่ะครับ
               
                  เริ่มจาก เราต้องหาวิธีจับคอร์ดมาก่อนดูว่าคอร์ดนั้นจับอย่างไร หาเพลง ที่เราจะเล่น พยายามเลือกเพลงง่าย ๆ ช้า ๆ ก่อนครับ


การจับกีต้าร์ที่ถูกต้อง

        ลักษณะการเล่นและจับกีต้าร์ที่ถูกนั้น ต้องใช้มือซ้ายจับที่คอ ส่วนบนทางลูกบิด โดยวางทางส่วนท้าย ของกีต้าร์เอียงลงทางเบื้องขวาให้ได้มุม 45 องศากับโคนขา รองรับไว้ให้แนบชิดกับตัว และการวางแขนนั้นให้เป็นไปตามธรรมฃาติ ใฃ้ข้อศอกขวาหนีบขอของกีต้าร์ทางด้านท้ายนั้นให้กระชัับเพื่อสะดวกสำหรับข้อมือขวาจะได้ใช้ "ปิค" ดีดบรรเลงเพลง
jab1
         การวางระยะห่างระหว่างง่ามนิ้วมือทั้งสอง เพื่อรองรับคอกีต้าร์นั้น เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนที่ของนิ้วมือได้อย่างรวดเร็วขณะเล่น ควรระวังอย่าถ่างช่องมือให้ห่างจนเกินไป จะทำให้ไม่สะดวกในการเคลื่อนนิ้วที่กดลงบนสายในเฟรตต่างๆ นั้น วางกีต้าร์ลงบนท่อนขา ให้ด้านหน้าของกีต้าร์นั้นเงยขึ้นเล็กน้อย โดยให้ขอบบนฃิดกับตัว ส่วนแขนขวากับศอกช่วยกดตัวกีต้าร์ไว้ จะทำให้ส่วนคอของกีต้าร์ตั้งขึ้นได้ส่วนดีดได้อย่างถนัด ระวังอย่าให้แขนขวาและข้อศอกขวาค้ำอยู่ส่วนบนของขอบกีต้าร์จนเกินไป จะทำให้ดีดไม่ถนัด ขอให้ท่านฝึกปฏิบัติการถือกีต้าร์ให้ถูกวิธีตั้งแต่เริ่มแรกนี้ ท่านก็จะประสบความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น
jab2

วิธีขึ้นสายเทียบเสียง

          เสียงแต่ละสายของกีต้าร์ต้องมีเสียงในระดับมาตรฐาน การเล่นกีต้าร์ของท่านจะให้เป็นเสียงดนตรีที่ถูกต้องได้นั้นก็จำเป็นต้องเทียบเสียงให้ถูกต้อง การหมุนปุ่มลูกบิดเพื่อปรับเสียงสูงต่ำของสายทั้ง 6 นี้ ก็ด้วยวิธีหมุนไปตามเข็มนาฬิกา สายนั้นจะตึงขึ้น ถ้า้ต้องการลดสายก็หมุนกลับแบบทวนเข็ม สายนั้นก็จะหย่อนลงมา ดังนั้น การขึ้นสายของกีต้าร์นี้ ถ้าท่านยิ่งปรับตึง เสียงนั้นก็ย่อมสูงขึ้นตามลำดับ ถ้าลดสายเสียงก็จะต่ำลง ท่านจึงควรต้องปรับสายให้มีความตึงพอดีๆ จนได้เสียงตรงกับมาตรฐาน การขึ้นสายสำหรับท่านผู้ฝึกเล่นใหม่ๆ เสียงนั้นก็อาจจะเพี้ยนไปบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่น่ากังวลในเรื่องนี้ เมื่อท่านมีเครื่องเทียบเสียง (Pitch Pipes) ใช้ วิธีขึ้นสายก็จะเป็เื่รื่องง่ายในขั้นแรกเริ่ม
          เครื่องเทียบเสียงกีต้าร์เป็นเครื่องเป่า มีลักษณะเป็นหลอดเสียงกลมๆ เรียงลำดับจากเสียงต่ำไปหาสูง รวม 6 หลอด ซึ่งบนหลอดแต่ละหลอดนั้นจะมีอักษรบอกเสียงประจำสายเป็นภาษาอังกฤษกำกับไว้เรียบร้อย วิธีใช้ก็ง่ายมาก โดยใช้เป่าเทียบเสียงกับสายกีต้าร์ทั้ง 6 สาย ทีละหลอดตามลำดับอักษร ให้เสียงที่เป่าออกมาแต่ละหลอด ให้ตรงกับเสียงที่ดีดสายนั้นๆ ก็เป็นอันใช้ได้

หลักการเทียบเสียงกีต้าร์

1.เทียบเสียงสายที่ 6 ก่อน ให้เท่ากับสาย 1 (E) (สาย 6 เสียง E ต่ำสุด กับสาย 1 E เสียงห่างกว่ากัน 3 อ็อคเต็ป)
2.กดนิ้วมือลงเหนือเฟรตที่ 3 ของสายที่ 6 เสียงจะเท่ากับเสียงของสายที่ 5 (A)
3.กดนิ้วมือลงเหนือเฟรตที่ 5 ของสายที่ 5 เสียงจะเท่ากับเสียงของสายที่ 4 (D)
4.กดนิ้วมือลงเหนือเฟรตที่ 5 ของสายที่ 4 เสียงจะเท่ากับเสียงของสายที่ 3 (G)
5.กดนิ้วมือลงเหนือเฟรตที่ 4 ของสายที่ 3 เสียงจะเท่ากับเสียงของสายที่ 2 (B)
6.กดนิ้วมือลงเหนือเฟรตที่ 5 ของสายที่ 2 เสียงจะเท่ากับเสียงของสายที่ 1 (E)

สายกีต้าร์

          สายกีต้าร์สำหรับสาย 1, 2 และ 3 มักเป็นสายไนล่อนล้วน ส่วนสาย 4, 5 และ 6 เป็นสายที่ใช้ใยไนล่อนทำเป็นแกนใน พันด้วยลวดทองแดงชุบเงิน ส่วนชนิดที่เป็นลวดที่เรียกว่า "สายเหล็ก" นั้น ทำไว้เฉพาะสำหรับใช้กับกีต้าร์ไฟฟ้า, กีต้าร์ริธึมส์ (Rhythms) และกีต้าร์ที่เล่นด้วย "ปิค" สายเหล็กนี้มีคุณสมบัติในทางเสียงที่ดังกว่าสายไนล่อน แต่ก็ไม่เหมาะกับการเล่นกีต้าร์ในแบบคลาสสิคที่เล่นด้วยนิ้ว เพราะสายเหล็กนี้แข็งมาก ยากแก่การกดนิ้ว ทำให้ดีดติดไม่ลื่น ไม่สะดวกในการเคลื่อนนิ้ว ดังนั้นการฝึกเล่นกีต้าร์ของท่านในขั้นแรกๆ นี้ควรใฃ้กับสายไนล่อนทั้ง 3 สายดังกล่าวมานั้น อีกประการหนึ่งสำหรับสายเบสเสียงต่ำคือสาย 4, 5 และ 6 นั้น เมื่อท่านเล่นไปนานๆ สายที่พันด้วยลวดทองแดงนี้ อาจมีคราบสกปรกเกาะจับอยู่ที่สาย ซึ่งจะทำให้เสียงหมดความกังวาล ควรทำความสะอาด จะใช้ผ้าเช็ดถู หรือถอดมาล้างด้วยน้ำและสบู่ แล้วใช้ฟ้าเช็ดให้แห้ง เมื่อเรียบร้อยแล้วนำมาใฃ้ใหม่เสียงจะดีขึ้น
          สำหรับการเปลี่ยนสายใหม่เมื่อสายขาดนั้น ขอให้ท่านเปลี่ยนทีละสาย ข้อสำคัญท่านอย่าถอดหลายสายออกพร้อมกันในทันที ทั้งนี้เพราะสะพานและส่วนคอของกีต้าร์นั้นต้องใช้แรงดึงสายไว้มาก อาจทำให้กีต้าร์ของท่านเกิดการเสียหายได้ง่าย

การวางนิ้วบนสายทั้ง 6 ของกีต้าร์

          การวางนิ้วกดลงที่ช่องเสียงในเฟรตต่างๆ ของสายกีต้าร์ทั้ง 6 สายนั้น เมื่อใช้ "ปืค" ดีดจะปรากฏเสียงเพียงเฟรทละครึ่งเสียงเท่านั้น เช่น สาย 1 "มี" (E) ถ้าดีดสายเปล่า (เปิดนิ้ว) เท่ากับเสียง "มี" (E) เมื่อกดนิ้วลงในช่องของเฟรตที่ 1 จะเป็นเสียง "ฟา" (F) ถ้ากดลงในช่องของเฟรตที่ 2 ก็จะเป็น "ฟาชาฟ " (F#) หรือ "ซอลแฟล็ท" (Gb) และในช่องของเฟรทที่ 3 คือเสียง "ซอล" (G) ฯลฯ
          สำหรับสายที่ 2 "สายซี" (B) หมายถึงเสียงจากการดีดสายเปล่า ถ้าวางนิ้วกดลงในช่องของเฟรทที่ 1 ก็จะเป็นเสียง "โด" (C) ส่วนเสียงในเฟรทที่ 2 คือ "โดชาฟ" (C#) หรือ "เรแฟล็ท" และเสียงในเฟรทที่ 3 ก็คือ "เร" (D) ดังนี้เป็นต้น และตำแหน่งเสียงจากเฟรทต่างๆ ในสายอื่นๆ ก็คงปรากฏเพียงเฟรทละครึ่งเสียงดังกล่าวนี้เช่นเดียวกัน